BREAKING NEWS

From our Blog

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ health แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ health แสดงบทความทั้งหมด

ทำได้ผอม! วิธีกำจัดไขมันด้านหลัง-ใต้วงแขน ด้วย4ท่าออกกำลังกายนี้

ข่าวด่วน หลายท่านอาจจะดูดีในการสวมใส่เสื้อผ้าแต่แล้วคุณจะเห็นว่ามีไขมันส่วนเกินบนด้านหลังของคุณซึ่งทำให้คุณรู้สึกไม่มั่นใจ ไขมันด้านหลังและใต้วงแขนอาจจะเป็นปัญหาที่น่ากลัว แต่เราจะแนะนำท่าออกกำลังกาย 4 ท่านี้ที่จะช่วยกำจัดไขมันเหล่านั้นจนทำให้คุณกลับมามั่นใจอีกครั้ง 

1.ดันและแตะ – หน้าอก ไหล่ และ หลังส่วนบน ยืดแขนไปด้านหน้าแล้วแยกออกให้กว้างขนานกับไหล่และวาดลงข้างลำตัว จากนั้นยกแขนขึ้นไปถึงระดับของไหล่และให้แน่ใจว่าฝ่ามือชี้ไปบนเพดาน คุณจะรู้สึกการเผาผลาญ ค่อยๆยกแขนขึ้นเหนือศีรษะและวาดฝ่ามือกลับมาด้านหลังของคุณ จากนั้นยกแขนไปถึงระดับไหล่แล้วหยุด จากนั้นกลับไปที่ตำแหน่งเริ่มต้นใหม่ สิ่งสำคัญคือไม่เคลื่อนไหวส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ทำซ้ำ 6-8 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

2. งอตัวเป็นรูปวงกลม – กล้ามเนื้อด้านหน้าแขนส่วนบน หน้าอก กลางหลังและหลังส่วนบน งอเข่าของคุณและเก็บหน้าท้อง แล้วโค้งไปข้างหน้าเพื่อให้ส่วนบนของร่างกายจะอยู่ในตำแหน่งที่ขนานกับพื้น มือต้องลงไปวางกับพื้นห้อง ค่อยๆหมุนแขนของคุณขึ้นไปทางหน้าอกด้านซ้ายจากนั้นย้ายไปทางขวาและวางลง ทำซ้ำโดยเริ่มต้นจากด้านอื่น ๆ 10-12 ครั้ง ให้ครบ 3 เซต 

3. ยกขาเป็นกากบาทสลับไปมา - หลังส่วนบนและไหล่ งอเข่าเล็กน้อย แต่ให้แน่ใจว่าตัวของคุณโน้มไปข้างหน้า 45 องศา ให้แขนของคุณต้องข้ามไปที่ข้อมือด้านหน้าของหัวเข่า ค่อยๆยกแขนของคุณอยู่ในระดับไหล่และวางลงไปที่ตำแหน่งเริ่มต้น ทำซ้ำ10-12 ครั้ง ให้ครบ 3 เซต 

4. แตะข้อศอก -ไหล่และหน้าอก ยกแขนของคุณไปด้านข้างให้อยู่ในระดับไหล่ ให้มือและข้อศอกอยู่ในระดับ 90 องศา จากนั้นดึงแขนไปด้านหน้าอก ห้ามยกไหล่ กลับไปทำตามขั้นตอนเดิมอย่างช้า ๆ ทำซ้ำ 10-12 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทำการออกกำลังกายนี้ประมาณ 12 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ 

เทคนิคดีๆ!! วิธีล้างถังเครื่องซักผ้า ขจัดคราบสกปรกให้หลุดออกไป ราวกับได้ถังใหม่เอี่ยมอ่องเลย!!

วันนี้ ข่าวจริง จะมาแนะนำเทคนิคดีๆ ของการทำความสะอาดเครื่องซักผ้า ราวกับได้เครื่องใหม่กันเลยทีเดียว เพราะเทคนิคแสนจะง่ายทำเองได้เลยครับ ลองดูนะครับ สำหรับแม่บ้านอยากได้เครื่องใหม่เอี่ยมอ่องโดยที่ไม่เปลืองตังซื้อเครื่องใหม่ก็ลอง นำไปใช้ดู

วิธีล้างถังเครื่องซักผ้าง่ายๆ
โดยนำ “ผงฟู” หรือ “เบกกิ้งโซดา” มา 1 ถ้วยตวง แล้วใส่น้ำให้เต็มถัง (หรือเลือกระดับน้ำสูงสุด) ปั่นสัก 2-3 นาทีเพื่อให้ “ผงฟู” หรือ “เบกกิ้งโซดา” ละลาย แล้วหยุดเครื่องไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง (ทิ้งไว้หนึ่งคืนได้ก็ดี กรณีที่ไม่ได้ล้างบ่อย) เสร็จแล้วก็ให้เครื่องทำงานปกติ (ซัก ล้าง ปั่นแห้ง) และเพื่อให้คราบต่างๆที่ “ผงฟู” หรือ “เบกกิ้งโซดา” ได้ทำปฏิกิริยาไว้หมดไปจากตัวถัง แล้วก็ให้เดินเครื่อง (ซักโดยที่ไม่มีผ้า) อีกครั้งหรือสองครั้ง ก็เป็นอันเสร็จ

แต่สำหรับบ้านที่ไม่ได้ล้างถังซักผ้ามานานมาก และคิดว่ามีรา (โดยเฉพาะถ้าเห็นราสีดำๆขึ้นตามขอบยาง) ก็ให้ใช้ “น้ำส้มสายชู” 2-3 ถ้วยตวงผสมลงในน้ำในถังซักผ้า (หรือเลือกระดับน้ำสูงสุด) ปั่นสัก 3 นาทีเพื่อให้น้ำส้มสายชูละลาย

แล้วหยุดเครื่องไว้อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เสร็จแล้วก็ให้เครื่องทำงานปกติ (ซัก ล้าง ปั่นแห้ง) และเพื่อให้ราและกลิ่นน้ำส้มสายชูหมดไปจากตัวถัง ก็สามารถเดินเครื่อง (ซักโดยที่ไม่มีผ้า) อีกครั้งหรือสองครั้งก็ได้
สำหรับเครื่องฝาหน้า ใส่เบกกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชู ในช่องที่ใส่ผงซักฟอก แล้วเปิดเครื่องปกติ ปล่อยให้เครื่องเปล่าทำงาน ไปจนจบโปรแกรม โดยไม่ต้องใส่เสื้อผ้า
เท่านี้ เราก็มีวิธีล้างเครื่องซักผ้าแบบรักษาสิ่งแวดล้อม มิได้ใช้สารเคมีใดๆที่เป็นอันตราย และประหยัดเงินไม่ต้องจ้างบริษัทไปถอดเครื่องล้างด้วย
เคล็ดลับในการรักษาความสะอาดเครื่องซักผ้าไม่ให้เกิดราได้ง่าย ก็คือ หลังจากใช้แล้ว ควรจะเปิดฝาทิ้งไว้ให้ถังซักผ้าแห้งเสียก่อนค่ะ

มหัศจรรย์!! วิธีใช้ยาสีฟันกำจัดสิวเสี้ยน ให้หลุดไปอย่างง่ายดาย

มหัศจรรย์!! วิธีใช้ยาสีฟัน สุดยอดเคล็ดลับ กำจัดสิวเสี้ยน ให้หลุดไปอย่างง่ายดาย

ข่าววันนี้ เพียงแค่เดินเข้าห้องน้ำ!!!!ก็สวยได้ จะยอมเสียตังค์เป็นหมื่นทำไมสุดยอดเคล็ดลับ กำจัดสิวเสี้ยน ได้ผลแน่แถมประหยัดสุดๆ

เรียกได้ว่าเป็นปัญหาระดับชาติของวัยรุ่นทุกยุคทุกสมัยจริงๆ สำหรับเจ้า สิวเสี้ยน ตัวดี โดยเฉพาะคนผิวมัน ซึ่งต้นเหตุมันมาจากรูขุมขนที่ใหญ่เกินพอดีนั่นเอง

วันนี้เลยมีวิธีจัดการกับสิวเสี้ยนแบบหายชัว แถมวิธีที่นำมาฝากในวันนี้ รับรองว่า คุณต้องไม่เคยลองแน่ๆ แต่ขอให้ลอง มันดีจริงๆ
เริ่มจาก เดินเข้าห้องน้ำไปเลยค่ะ หยิบแปรงสีฟันที่ขนนิ่มๆนะ แต่!!ไม่เอาแปรงสีฟันที่คุณใช้แล้วนะ ซื้อแปรงใหม่แบบขนนุ่มๆ แล้วบีบยาสีฟันลงบนบริเวณที่สิวเสี้ยนเยอะ อย่างจมูกนี่ล่ะ ตัวดีนัก เสร็จแล้วก็จัดการนำแปรงสีฟัน แปรงช้าๆ เบาๆ วนรอบๆจมูก

หลังจากนั้นให้ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เพื่อเป็นการปิดรูขุมขน และบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงผิวของคุณได้เลย แต่สำหรับสาวๆผิวมัน แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำมันในการบำรุงผิวที่เราเพิ่งจะขัดไปนะคะ

เล็บขบ ! โธ่ !ลาก่อนอาหารเช้าของฉัน

เล็บขบ ! โธ่ !ลาก่อนอาหารเช้าของฉัน ภาพประกอบอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

แค่ใช้ผสม 4 อย่างนี้ จะทำให้ผมของคุณยืดตรง...เหมือนยืดผมถาวร

แค่ใช้ผสม 4 อย่างนี้ จะทำให้ผมของคุณยืดตรง...เหมือนยืดผมถาวรเลยทีเดียว
เส้นผมบนศีรษะมักจะเป็นอวัยวะที่สำคัญส่วนหนึ่งของผู้หญิงทุกคน โดยผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการให้เส้นผมนั้นยืดตรงและเงางามอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการไปทำยืดเส้น ผมถาวรนั้นมันจะส่งเสียในระยะยาวต่อเส้นผมเรามากกว่าผลลัพธ์ที่ได้เพียงแค่ภายนอกเท่านั้น 

วันนี้เราจึงได้มานำเสนอการยืดผมด้วยวิธีทางธรรมชาติที่ดีที่สุด ที่คุณจะต้องประหลาดใจไปกับเราด้วยอย่างแน่นอน 

ส่วนผสม

น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะพร้าว 1 ถ้วย
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอน

นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมเข้าด้วยกันแล้วนำไปหมักผม เสร็จแล้วใส่หมวกอาบน้ำอุ่นและปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เท่านี้คุณก็จะได้ผมที่ยืดได้อย่างโดดเด่น อีกทั้งยังมีคุณภาพเส้นผมที่ดีขึ้น เนียนและเงางามอีกด้วย

10 นิสัย ที่คนเป็นแฟนกันไม่ชอบ ห้ามทำเด็ดขาด

10 นิสัย ที่คนเป็นแฟนกันไม่ชอบ ห้ามทำเด็ดขาด

ขอบคุณข้อมูลจาก fhm.in.th
มาดูกันว่าทั้ง 10 อันดับมาอะไรบ้าง

อันดับ 10. เอาแต่ใจตัวเอง
ไม่มีใครหรอกที่จะเอาแต่ใจคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว แต่การเอาใจตัวเองก็ควรจะมีลิมิต ไม่งั้นชีวิตรักจะสั่นคลอนเอาได้ง่ายๆ

อันดับ 9. ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป
เข้าใจว่าคุณอยากอยู่กับเธอตลอดเวลาที่คุณตื่น ไปไหนก็ไปด้วย ทำอะไรก็ทำด้วย แต่ความจริงที่คุณอาจหลงลืมไป นั่นคือ คนทุกคนต้องการเวลาส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น
อันดับ 8. หึงแบบไร้ขีดจำกัด
ความหึงห้ามกันไม่ได้ และหนุ่มบางคนก็ไม่อยากให้แฟนตัวเองไปไหนกับเพื่อนเลย จะต้องโทรเช็คโทรหาอยู่ตลอดเวลา เวลามีเพื่อนชายมาพูดด้วยก็จะหึง จะหวง จะพาล อย่างนี้เขาเรียกว่าหึงจนน่ารำคาญ ระวังเธอจะไม่อยู่ให้คุณหึงนะ!!

อันดับ 7. เชื่อเพื่อนมากเกินไป
ความหวังดีของเพื่อน อาจเป็นเพียงการปลอบใจ แต่คนที่รู้ปัญหา "วงใน" จริงๆ ก็คือตัวคุณเองไม่ใช่หรือ? เพียงแต่เส้นผมอาจบังภูเขาอยู่ก็เท่านั้นเอง

อันดับ 6. นัดไม่เป็นนัด
เธออาจรอคุณมาทั้งชีวิต(รอแม้กระทั่งวันที่คุณขอเธอแต่งงาน) แต่หนุ่มๆ ดันลืมคิดไปว่า เวลาก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเธอเช่นกัน จงจำไว้ให้ดีว่า "เธอ คือ สิ่งมีชีวิตที่ต้องการการเติบโตไปพร้อมกับคุณ เติบโตไปพร้อมกับเวลา และไม่ใช่ของตายของใคร"
อันดับ 5. พูดจาข่มต่อหน้าคนอื่น
ข้อนี้ส่วนใหญ่ผู้ชายจะกระทำมากกว่าฝ่ายหญิง เพราะผู้ชายมักเติบโตมากับความเชื่อที่ว่า "ผู้ชายเก่งกว่า" แต่ถ้าคุณผู้หญิงโบกมือลา แล้วคุณผู้ชายจะกลายเป็นคนเก่งที่อยู่คนเดียว เอาไหมเล่า?
อันดับ 4. บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะกัน
ที่พูดไป ก็เพราะว่าอยากทำให้อีกฝ่ายเสียใจ (แบบไม่มีเหตุผล) ใช่ไหม? หรือจะแสดงให้เห็นว่าคุณก็ไม่แคร์เธอ แต่ที่ทำไปก็อยากให้เธอให้ความสำคัญกับคุณก็เท่านั้นเอง!! วิธีนี้จะใช้ได้ผล ก็ในช่วงแรกๆ เท่านั้น
อันดับ 3.โกรธแล้วไม่พูดด้วย
คุณคิดอย่าง เธอคิดอีกอย่าง เข้าใจกันไปคนละทิศละทาง เรื่องนี้ล่ะอันตรายที่สุด จากผลสำรวจระบุว่า"การเก็บงำ การไม่แชร์ความรู้สึก การไม่สื่อสารกัน" เป็นเหตุทำให้คู่รักเลิกกันได้มากที่สุด

อันดับ 2. โกหก
การโกหกบางครั้งก็มีข้อดีอยู่ เพราะความจริงที่พูดออกไปบางครั้งก็เป็นการทำร้าย แต่การโกหกจนไม่รู้ไหนจริงไหนเท็จ แม้แต่คนพูดเองก็ยังจำไม่ได้ ก็จงหยุดเสียเถอะ ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น
อันดับ 1. ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น
คุณอาจนึกสนุก ลองใจกับเธอที่คุณรักให้ได้หึงดูบ้าง อยากจะ "เช็ก" ว่าคุณเองก็มีค่าในสายตาเธอ แต่คุณควรจะรู้ไว้บ้าง จากเหตุผลเดียวกัน นั่นก็คือ คุณไม่แคร์ความรู้สึกของเธอเลยสักนิด และถ้าเธอคิดจะไปเจ๊าะแจ๊ะกับหนุ่มอื่นดูบ้าง ก็อย่าเผลอไปโกรธเธอเข้าให้ล่ะ

ฟันขาวง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน กับ 5 วิธีนี้

ฟันขาวง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน กับ 5 วิธีนี้

ที่มา: thaiza
หลายคนคงมีปัญญาเกี่ยวกับฟันของเรา แต่เป็นหาที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือฟันเหลืองนั้นเอง เป็นหาฟันเหลืองนั้นก็เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุแล้วแต่บุคคลว่าไปทำอะไรเช่น สูบบุรี่ การทานอาหาร กรรมพันธุ์ หรือเกิดจากการที่เราแปลงฟัน ไม่สะอาด ปัญหานี้อาจทำให้เราสูญเสียความมั่นใจได้ แต่ถ้าเราฟันขาวสวยแล้วหละก็ จะฉีกยิ้มให้ใคร กว้างแค่ไหนก็ยังมั่นใจได้

วันนี้เลยมี 5 วิธีที่จะทำให้ฟันของคุณกลับมาขาวได้อีกครั้ง ด้วยวิธีธรรมชาติ มาดูกันเลย
1. ทำให้ฟันขาวด้วยแครอท
แครอทอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งช่วยป้องกันโรคเหงือก เหงืออักเสบ และฆ่าแบคทีเรียต้นเหตุของกลิ่นปาก แครอทยังช่วยปรับสมดุลของกรด-ด่างภายในช่องปากอีกด้วย วิธีทำให้ฟันขาวด้วยแครอท: เพียงแค่กินแครอทดิบก็สามารถช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้ หรือถูฟันด้วยแครอทดิบก็ได้
2. ทำให้ฟันขาวด้วยการแปรงฟันด้วย สตอเบอรี่ +เกลือ+ เบกกิ้งโซดา
เริ่มด้วยการผสมสูตรยาสีฟัน สูตรสำหรับฟันขาว ขึ้นมา ด้วยส่วนผสม สตอเบอรี่ 2 ลูก ( บดให้ละเอียด ) ผสมเข้ากับเกลือนิดหนึ่ง และ เบกกิ้งโซดา ประมาณ ครึ่งช้อนชา ผสมส่วนผสมทั้ง 3 เข้ากัน แปรงฟันอย่างช้าๆ และ อ่อนโยน หรือ ถ้าใครถนัดจะใช้ผ้าขัดแทนการแปรงฟันก็ได้
3. ทำให้ฟันขาวด้วยเปลือกมะนาวหรือส้ม
เปลือกมะนาวหรือส้ม มีวิจัยเกี่ยวกับเปลือกมะนาวหรือส้มว่า ช่วยทำให้ฟันขาว เพราะมันมีกรดในการชำระคราบต่างๆออกจากฟันได้
4. ทำให้ฟันขาวด้วยการแปรงฟันด้วยน้ำมันมะพร้าว
หลังจากแปรงฟันตามปกติ ตบท้ายอีกรอบด้วยการแปรงฟันด้วยน้ำมันะพร้าว วิธีการก็คือ รินน้ำมันมะพร้าวในช้อน เสร็จแล้ว ก็เอาแปรงสีฟันจุ่มให้ทั่ว แปรงฟันทุกซอกทุกมุม บ้วนปากด้วยน้ำมันมะพร้าว ข้อดีอีกข้อของการบ้วนปากด้วยน้ำมันมะพร้าว คือ ลดกลิ่นปากได้เป็นอย่างดี
5. ทำให้ฟันขาวใช้เบกกิ้งโซดาหรือผงฟู
เพียงแค่คุณนำแปรงสีฟันมาแตะกับเบกกิ้งโซดาแล้วค่อยบีบยาสีฟันตามลงไป หรือใช้เบกกิ้งโซดาผสมกับยาสีฟันให้เข้ากันตามภาพ ใช้แปรงฟันตามปกติแล้วล้างออก เพียงเท่านี้ก็จะช่วยทำให้ฟันขาวขึ้นได้เช่นกัน แต่การใช้เบกกิ้งโซดาเพียงอย่างเดียวก็สามารถทำให้ฟันกร่อนได้
ส่วนวิธีการทำให้ฟันขาวที่เป็นที่นิยมก็มีอีกหลายวิธีเช่น ใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน ,แผ่นฟอกฟันขาว ,ขูดหินปูน ,การขัดฟัน ,การฟอกสีฟัน ,เลเซอร์ฟันขาว ,เจลฟอกฟันขาว เป็นต้น ยังไงก็ลองเอาไปใช้กันดูว่าจะขาวขนาดไหน

เหลือเชื่อ! แค่เอาเท้าไปแช่ลงในเกลือ ผลที่ได้แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่สามารถอธิบายได้

เหลือเชื่อ! แค่เอาเท้าไปแช่ลงในเกลือ ผลที่ได้แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่สามารถอธิบายได้

สำหรับคนรักสุขภาพ!!! เทรนด์ยอดฮิตที่กำลังมาแรงในตอนนี้นอกจากการออกกำลังกายแล้วนั้นคือ “แช่เท้าด้วยเกลือ” ที่ใครก็สามารถทำได้แบบไม่ต้องเสียเงินเข้าสปาเลย แถมได้ประโยชน์มากมายเกิดคาด!!

“เท้า” เป็นอวัยวะที่เราใช้งานหนักมาก เพราะไหนจะต้องแบกรับน้ำหนักเราที่มีหลายสิบโลแล้ว เรายังต้องอาศัยเท้าในการเดินหรือทำกิจกรรมอีกมากมายในแต่ละวัน แน่นอนว่าต้องมความเหมื่อยล้าบ้าง โดยเฉพาะสาวๆ ที่ชอบสวมใส่รองเท้าที่มีส้นสูงๆ

วันนี้เราจึงขอหยิบยกวิธีการดูแลสุขภาพเท้ามาฝาก นั้นคือ การแช่เท้าด้วยเกลือ ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย แถมไม่ต้องเสียเงินเสียทองมากมายเพื่อไปทำสปารเท้า การแช่เท้าในน้ำเกลือกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่คนไทยกำลังพูดถึง และให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากในขณะนี้ ว่าแต่ทำแล้วจะช่วยอะไรบ้าง และต้องทำอย่างไรนั้นไปชมกันเลย!!!

ประโยชน์ของการแช่เท้าด้วยเกลือ

1. ช่วยดึงสิ่งที่ตกค้างในร่างกายออก

2. ช่วยดึงพลังงานลบที่เกิดจากอารมณ์ออก

3. ช่วยดึงประจุพลังงานลบ ซึ่งเป็นพลังงานไม่ดี ออกจากร่างกาย

4. หลังจากที่ดึงพลังงานลบออกจากร่างกายแล้วเราก็ใช้วิธีการรักษาได้ตามปกติ ทั้งนี้วิธีการนี้จะเป็นการช่วยดึงพลังงานลบออกจากร่างกาย ก่อนการรักษา ทำให้รักษาได้ง่ายขึ้น

5. เมื่อแช่เท้าด้วยเกลือ บ่อยๆ ร่างกายจึงไม่มีพลังงานลบที่ก่อโรคหลงเหลืออยู่อีก และนี่เองจึงทำให้สุขภาพของเราดีขึ้น

วิธีการแช่เท้าด้วยเกลือ

1. นำกะละมังขนาดที่สามารถวางเท้าแช่ได้-ใส่น้ำลงไปให้ท่วมตาตุ่มจะเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาก็ได้

2. ใส่เกลือทะเล (ที่เป็นเกลือแบบเม็ด) ลงไปประมาณ 1 กำมือ

3. เอาเท้าเหยียบเกลือที่ยังไม่ละลาย

4. ทำจิตใจให้สงบ หรือเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ นั่งอยู่ประมาณ 15-20 นาที

5. หลังจากนั้นให้ล้างเท้าด้วยน้ำเปล่า

การแช่เท้าด้วยเกลือนั้นคนปกติ สามารถทำได้ทำอาทิตย์ละครั้ง ส่วนคนป่วย ทำได้ทุกวันก่อนนอน หากผู้ใดที่ธาตุในร่างกายไม่สมดุล มีอาการหนาว สั่น ให้ใช้น้ำอุ่นในการแช่เท้า สำหรับคนที่ร้อนก็ให้ใช้น้ำเย็นแช่ค่ะ

การแช่เท้าเป็นวิธีปฏิบัติที่ถูกถ่ายทอดกันมาอย่างยาวนาน ตามหลักทฤษฎีการแพทย์ทางเลือกสาขา Reflexology โดยมีความเชื่อกันว่าเท้า มีจุดสัมผัส ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการทำงานของอวัยวะต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย เพราะฉะนั้นวิธีกรการผ่อนคลาย ด้วยการแช่เท้าลงในน้ำร้อน จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยกระตุ้นจุดสัมผัสเหล่านี้ด้วยพลังงานความร้อน

ทางด้างผลงานการวิจัยของ นายแพทย์ วิลเลียม วินเทอร์วิตซ์ จากประเทศออสเตรีย มีความคิดเห็นว่า ประสาทรับสัมผัสที่ผิวหนังจะมีวงจรประสาทเชื่อมต่อกัน กับกล้ามเนื้อ รวมถึงอวัยวะต่างๆ ที่อยู่ภายในร่างกาย และเมื่อความร้อน มาสัมผัสกับผิวหนัง มันก็จะส่งสัญญาณไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานของอวัยวะที่อยู่ห่างไกลได้

ทั้งนี้การแช่เท้า ไม่ว่าจะเป็นน้ำเกลือหรือน้ำอุ่นหรือไม่ก็ตาม ยังมีข้อดีอีกหลายอย่างดังนี้!

1. ลดอาการปวดบวมที่เท้าแล้ว
2. ลดอาการปวดท้อง
3. กระตุ้นความต้านทานของร่างกาย
4. ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น
5. ป้องกันอาการมือเท้าเย็นโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว
6. ลดอาการอักเสบของจมูกและลำคอ
7. ช่วยให้อาการปวดหัวหรือปวดประจำเดือนลดลง
8. ลดอาการคั่งของเลือดที่ส่วนอื่นๆ
9. ทำให้นอนหลับง่ายตลอดคืน เป็นต้น
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: เบ็ดเตล็ดไอเดีย

ข้อคิดล้ำค่าจากคุณวิกรม กรมดิษฐ์

ข้อคิดล้ำค่าจากคุณวิกรม กรมดิษฐ์

1. 'เงินเดือนเสี่ยงสุด' ..พอเกษียณแล้วไม่มีเงินเดือน แถมเดี๋ยวนี้เงินก้อนหลังเกษียณแทบไม่มี เพราะมันเป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทต้องตัดเป็นอย่างแรกเมื่อต้องการลดต้นทุนธุรกิจ

2. 'ยุคนี้อายุเราโคตรยืน' ..ด้วยการแพทย์ปัจจุบัน คุณจะอยู่กันเป็น 100 ลองคำนวณซิว่าเมื่อไหร่เงินเก็บที่คุณมีจะ 'สลดเพราะใช้เงินหมดก่อนตาย'

3. 'ลูกหลานเลี้ยงดูเราไม่ได้' ไม่ใช่ลูกหลานไม่กตัญญู แต่ตัวมันเองยังเอาตัวไม่รอด จะเอาปัญญาที่
ไหนมาดูแลคนเกษียณอย่างเรา ..ภาระคือสิ่งแรกที่คนทิ้งเมื่อเกิดวิกฤต -- อย่าทำตัวเราให้เป็นภาระ
เพราะวิกฤตเกิดประจำ

4. 'ไม่รู้จักคำว่า Passive Income' ..คำนี้สวรรค์ชัดๆ สำหรับคนที่มี ..Passive Income คือเงินที่ไหลเข้ามาหาเราเรื่อยๆ แม้ว่าเราจะหยุดทำงาน หรือ แม้กระทั่งป่วย เงินนี้ก็ยังไหลเข้ามา ...การสร้าง Passive Income มันเกิดจากการลงทุนแบบซื้อของที่มูลค่าสร้างรายได้แบบไม่ขายสิ่งนั้นชั่ว ชีวิต เช่น ออมในหุ้น ออมในอสังหาให้เช่า

5. 'เงินก้อนที่คุณเก็บ รักษายากที่สุด' ..จะมีวิกฤตเศรษฐกิจ เกิดขึ้นอีกหลายครั้งหลังเกษียณ ..เศรษฐกิจยุคปัจจุบันผันผวนน่ากลัว และเกิดวิกฤตแรงและเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ ..การที่คนส่วนใหญ่ลงทุนแต่ระยะสั้น หรือ มุ่งแต่เก็บเงินก้อน คุณซวย!! เพราะเงินก้อนรักษายากที่สุด .. ต้องเงินไหล หรือ Passive Income ต่างหากที่ดูแลเราจนตาย

6. 'เราไร้ค่าหลังเกษียณ เพราะงานคือการอธิบายตัวตนของเรา' ..คนเกษียณที่ไม่ได้เตรียมตัวจะจิตตกเจียนตาย เพราะรู้สึกว่าตัวเองหมดคุณค่า หมดความสำคัญ ..เขาลืมไปว่า งานคือการอธิบายตัวตนของเรา ..เมื่อคุณหยุดอธิบายตัวเอง คนก็จะค่อยๆ ไม่เห็นคุณ

7. 'เงินไม่ได้จำเป็น แต่หลังเกษียณโคตรจำเป็น' ..คนแก่ที่มีลูกหลานรายล้อม ผลัดกันดูแล เพราะคน
แก่คนนี้เตรียมมรดกก้อนใหญ่ไว้ให้ลูกหลาน เช่น พ่อเตรียม Port ออมในหุ้น กับอสังหาไว้ให้ลูกหลัง
จากที่พ่อตายนะ ..ยิ่งให้ ยิ่งได้ ใช้ได้เสมอครับ

8. 'เจ้าของธุรกิจ เขาไม่ต้องเกษียณ' ..เหมือนไม่แฟร์ที่เราเห็นคนรวย เจ้าของธุรกิจเขาทำงานจนตายไม่มีเกษียณ ..เขาไม่ได้ต้องทำครับ เขาแค่ชอบที่จะทำ ..ที่เขาทำเพราะเขาต้องการอธิบายตัวตนของเขา เพื่อที่คนอื่นจะได้เห็นคุณค่าและให้เกียรติเขาตลอดชีวิต

9. 'เกษียณแล้วฉันจะสบาย ไม่เป็นความจริง' ..ใครที่เกษียณแล้วสบาย คือมันสบายตั้งแต่ก่อนเกษียณ ..พวกที่พูดว่าเดี๋ยวเกษียณแล้วจะสบาย ซวยหนักทุกคนครับ

10. 'ทุกอย่างในโลกนี้ มันก็แค่ประสบการณ์' ยิ่งคุณแก่คุณก็จะพบว่า ชีวิตมันก็แค่การเดินทาง และทุก
อย่างมันก็คือประสบการณ์ ..ความสุขมาก ความทุกข์มาก ล้มเหลวมาก ชนะเยอะ โดนหักหลัง โดนโกงโดนแกล้ง เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็ก ก็จะเปลี่ยนเป็นแค่ประสบการณ์เหมือนๆ กันหมด

ครั้งนึง พ่อเคยเป็น ...
คำแนะนำของผมคือ 'งานคือการอธิบายตัวตน' ให้เปลี่ยนงานอดิเรกที่คุณรักให้เป็นเงินตั้งแต่คุณยังมีแรง..แล้วชีวิตคุณจะ 'เล่นเป็นเงิน' ทั้งชีวิต เพราะเราดูแลตัวเองได้ และได้ทำสิ่งที่รัก ที่อธิบายตัวเราชั่วชีวิต

ที่มา:​ variety.teenee.com

หนุ่มพลาด มีอะไรกับสาวสวย แต่หลังจากนั้น 3 วัน เป็นสิ่งที่ต้องจำไปจนวันตาย!!!

หนุ่มพลาด มีอะไรกับสาวสวย แต่หลังจากนั้น 3 วัน เป็นสิ่งที่ต้องจำไปจนวันตาย!!!

หลังเลิกงานไปเดินเล่นมาเซนทรัลบางนา ระหว่างที่เดินดูของอยู่ก็รู้สึกว่ามีคนมอง หันไปดูเห็นน้องหนูหน้าตาจิ้มลิ้มยิ้มให้ ก็ยิ้มตอบไปโดยอัตโนมัติ
ในใจตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรจริงๆ ก็หันหลังกลับ ว่าจะเดินต่อ เธอก็เข้ามาทัก แนะนำตัวเสร็จสรรพว่าชื่อแอน ถามไถ่เราว่ามาคนเดียวหรือรอเพื่อนหรือรอแฟนอยู่หรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงกับกรูว๊ะเนี๊ย ก็ตอบๆ ไปว่ามาเดินดูของคนเดียว ในใจก็คิดว่าเป็นพวกล่าแบบสอบถาม เซลขายของ หรืออย่างในเวปว๊ะเนี๊ย
เธอก็เอ่ยนำว่าเธอก็มาเดินเล่นคนเดียว กำลังเหงา เห็นผมแล้วสนใจเลยเดินมาทัก ยิ่งทำให้ผมระแวงใหญ่ว่าเธอเป็นจำพวกไหนกันแน่ เพราะถึงแม้จะมั่นใจว่าน่าตาบุคคลิกตัวเองดูดีอยู่ แต่ไอ้การที่ถูกสาวจู่โจมก่อนเนี๊ยก็ไม่คุ้นสักเท่าไหร่
ระหว่างที่เธอชวนคุยไปเรื่อยๆ ผมก็คอยสำรวจท่าทีของเธอและรอบๆ ตัวว่ามีพิรุจอะไรให้สงสัยหรือเปล่า เลยได้เห็นว่าเธอรูปร่างน่าตาดีทีเดียว ขาว หมวย รูปร่างกระทัดรัดแบบเด็กวัยรุ่นสมัยใหม่ ดูสะอาดสะอ้านดี ใจเลยคิดว่าเป็นไงเป็นกัน ลองชวนบอกว่าหิวแล้วไปหาอะไรกินกันดีมั๊ย
ระหว่างที่หาร้านอาหารผมยังระแวงอยู่บ้างเลยชวนเธอเดินขึ้นลงหาอยู่พักใหญ่ให้มั่นใจว่าไม่มีใครตาม (ระวังไว้ก่อน)พอมั่นใจสักหน่อยก็พาเธอเข้าร้านอาหาร กินกันสักพักเธอก็เอ่ยขึ้นว่าหนูมีเรื่องอยากรบกวน ขอพี่ช่วยหน่อยจะให้หนูทำอะไรให้ก็ได้...
หนุ่มพลาด มีอะไรกับสาวสวย แต่หลังจากนั้น 3 วัน เป็นสิ่งที่ต้องจำไปจนวันตาย!!!

ผมเลยเปิดเจรจาอย่างตรงไปตรงมา เช็คอายุเธอ เกิน 18 เป็น ok ตกลงราคาที่ 3.5K และผมเลือกสถานที่เองเพราะใจยังระแวงอยู่ ระหว่างที่นั่งกินก็คิดไปว่าจะพาไปไหนดี บอกตรงๆ ใจมันระแวง หลายๆ ตัวอย่างในหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็น ทั้งมอมยา หรือแบล็กเมล์ นึกไปนึกมาเลยตัดสินใจไปคอนโดของเพื่อนแถวแจ้งวัฒนะดีกว่า
ระหว่างทางที่ขึ้นทางด่วนจะได้สังเกตว่ามีใครตามไหม และที่เราเองระแวดระวังง่ายหน่อย ระหว่างทางก็แวะซื้อเสื้อฝนที่ร้าน 7-11 โดยให้เธอเป็นคนลงไปซื้อเอง ผมบอกเธอว่าจอดรถไม่ได้ ผมต้องรอในรถและอยากได้อะไรๆ ไปกินที่คอนโดด้วย (เพื่อสร้างพยานไว้ก่อน) ถึงคอนโด..ก็บอกเธอว่าต้องไปติดต่อออฟฟิตคอนโด หน่อย (สร้างพยานอีกหน่อย) แล้วถึงขึ้นห้อง

ขอข้ามตรงนี้เลยละกัน มันไม่ใช่ไคล์แมกซ์ ตอนกลับผมขอเบอร์โทรเธอไว้ และลงมาส่งเธอด้วยเพื่อให้มั่นใจว่า เธอผ่านบริเวณที่ผมจะมีพยานไว้เป็นของตัวเอง แล้วให้ รปภ เรียกแท็กซี่ให้เธอด้วย โดยผมไม่ลืมที่จะจดทะเบียนแท็กซี่เผื่อไว้
หนุ่มพลาด มีอะไรกับสาวสวย แต่หลังจากนั้น 3 วัน เป็นสิ่งที่ต้องจำไปจนวันตาย!!!

สามวันผ่านไปก็แล้ว ยังเงียบอยู่ ใจก็คิดว่าจะติดต่อเธอกลับไปเพื่อผูกปิ่นโตเลยดีมั๊ย บอกตรงๆ ครับว่าติดใจหน้าตา รูปร่างเธอทั้งภายนอกและภายในร่มผ้า เครื่องเครา ผมให้ 9/10 เลย ดูยังสดมาก และหน้าตาน่ารักเหมือนกับดารา พอวันอังคารเท่านั้นละครับคุณเธอก็โทรมาหา (เธอขอเบอร์ผมไว้ด้วยบอกว่าเผื่อคิดถึงจะได้โทรมานัดกันอีก) บอกว่าต้องการเงินสักห้าแสน ไม่งั้นจะแจ้งความ
ผมคิดโดยทันที โดนแล้วกรู ใจก็ทบทวนว่าหลักฐานที่เราสร้างไว้พอแล้วหรือยัง มีคนเห็นว่าเธอเป็นคนซื้อถุงเอง มีคนเห็นว่ามาด้วยกันไม่ได้ขัดขืน กลับก็ปกติไม่ได้กระรุ่งกระริ่งกลับไป แล้วจะมีอะไรอีก ตอนอยู่ในห้องถ้าบอกว่าใช้กำลัง ก็ต้องมีร่องรอย สะบักสะบอมกลับไป แท็กซี่น่าจะเป็นพยานได้

แต่ถ้าบอกว่าใช้ยามันก็น่าจะเกินสี่ชั่วโมง ตั้งแต่มาจนกลับตามฤทธิ์ของยาแต่นี่ตอนมาถึงคอนโดน่ะสี่ทุ่มกว่าแล้ว คุณเธอขอกลับตอนตีสองไม่ถึงครึ่ง
ใจคิดขอบคุณตัวเองที่ไม่ตะกละตะกรามดึงเธอไว้ล้างหน้าไก่ตอนเช้า ตัดสินใจเจรจากับเธอว่าเงินคงไม่ให้ แล้วอย่าไปแจ้งความเสียให้เสียเวลาเลยลองคิดดูดีๆ ว่าวันนั้นผมมีพยานเยอะแยะว่าเธอยินยอมพร้อมใจมากับผมเอง เธอบอกว่าถ้าไม่ให้จะต้องเสียใจ
พอวันพุธคอนโดก็โทรมาหาผมบอกว่ามีตำรวจมาขอพบให้ผมรีบไปหา พอไปถึงก็ถูกแจ้งข้อหาว่าล่อลวงกระทำชำเราคุณเธอ ผมเลยเจรจากับตำรวจถึงพยานต่างๆ ที่ผมสร้างไว้ รวมทั้ง รปภ กับเจ้าหน้าที่คอนโดก็ดีใจหาย หาเทปวงจรปิดของคอนโดมาเป็นหลักฐานเพิ่มให้ผมอีก ทางตำรวจที่มาก็บอกว่าหลักฐานผมอ่อน ให้เจรจากับเจ้าทุกข์ให้ยอมความซะดีกว่าไม่งั้นผมต้องแพ้คดีแน่ๆ
ตัวผมเองก็พอรู้กฎหมายอยู่บ้างก็สงสัยว่า เอ๊ะอะไรว๊ะ หลักฐานพยานขนาดนี้ยังไม่พอ แล้วอะไรจะพอว๊ะ ผมพอรู้จักตำรวจผู้ใหญ่ในสน.แถวนั้นอยู่บ้าง เลยโทรไปขอคำแนะนำและขอความช่วยเหลือจากท่าน สักพักท่านก็มาช่วย เลยได้รู้ว่าตำรวจที่แจ้งข้อหาผมมาจากสน.อื่น ไม่ใช่สน.พื้นที่ ท่านฟังพยานต่างๆ ของเรารวมทั้งดูเทปวงจรปิดของคอนโด รวมถึงของร้าน 7-11 ที่วันนั้นผมไปแวะซื้อของ ซึ่งท่านส่งคนไปขอเทปมาประกอบคำให้การ ท่านเลยฟันธงว่าถ้าทางฝ่ายคุณเธอจะเอาความก็คงได้ แต่ต้องไปแจ้งความที่สน.พื้นที่ แต่ท่านว่าไม่ควรเพราะหลักฐานทางผมมีพร้อม แจ้งความไปก็รังแต่จะทำให้ตัวเองเสียชื่อ
ชั่วโมงนี้ไอ้ตำรวจเ-งซ-ยที่มากับนางตัวดีก็ยอมอ่อนให้ และบอกนางตัวดีว่าพอเถอะ แจ้งความไปก็คงไม่เกิดประโยชน์ ตอนกลับถึงได้เห็นว่ามันมาด้วยกัน
วันนี้ผมนั่งคิดทบทวนแล้ว คงต้องขอขอบคุณหลายๆ ท่านที่ให้คำเตือนหรือลงเรื่องตัวอย่างต่างๆ เอาไว้มันทำให้ผมระแวดระวังและรอบคอบมากขึ้นจนไม่เสียท่าในวันนั้น ผมหวังว่าเรื่องของผมคงเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นบ้าง...รอบคอบเข้าไว้ อย่าให้หัวล่างสั่งหัวบน จนขาดสติที่จะไตร่ตรองสิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบ
ที่มา: variety.teenee.com

ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับ ลูกขาโก่ง

ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับ ลูกขาโก่ง



ขาโก่ง หรือ bow legs มีทั้งโก่งปกติ และโก่งผิดปกติ
ขาโก่งผิดปกติ คืออาจจะเกิดจากเนื้อกระดูกผิดปกติ พบในเด็กที่เป็นโรคกระดูกอ่อน ข้อเข่าเสื่อม หรือเกิดจากความผิดปกติของข้อตะโพก สังเกตง่ายๆ คือเวลายืนหรือเดินเด็กจะหมุนขาเข้าใน ซึ่งหลัง 3 ขวบไปแล้ว ขาลูกยังมีลักษณะโก่ง คือบริเวณเข่าโค้งออก มีอาการเท้าปุก แนะนำให้คุณแม่พาลูกไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากสาเหตุอะไรทดสอบลูกขาโก่ง จริงหรือไม่แนะวิธีสำหรับคุณแม่สำหรับเด็กที่เดินสะดวก อาจจะเท้าโก่ง แต่ถ้ายังอยู่ในช่วงอายุไม่เกิน 2 ขวบ และไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ให้คิดว่าเป็นธรรมชาติของเด็กเค้า ไม่ควรวิตกมากเกินไป ให้รอดูอาการไปก่อนค่ะหากสงสัยหรือไม่แน่ใจ คุณแม่ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่าตัดสินใจด้วยตัวเอง หรือฟังจากเพื่อนคุณแม่คนอื่นนะคะ เพราะสรีระร่างกายของแต่ละคนต่างกันความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับขาของลูกน้อย(ออร์โธพิดิกส์ ) เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง
  1. ลูกขาโก่งเพราะใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
  1. อันนี้ไม่จริงค่ะ เพราะได้รับการยืนยันทั้งจากทางการแพทย์ และเหล่าบรรดาคุณแม่ทั้งหลายแล้วว่า ขาโก่งไม่เกี่ยวกับการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป แต่ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ และความผิดปกติทางร่างกายมากกว่า (กรณีเป็นขาโก่งแบบเป็นโรค)
  1. อย่าอุ้มลูกเข้าเอวเดี๋ยวขาจะโก่งนะ
  1. ไม่จริงเช่นกัน ความเชื่อที่ว่า การอุ้มเด็กแบบเหน็บข้างตัวอ้าขาออก (อุ้มเข้าเอว) เป็นสาเหตุทำให้ขาโก่ง เป็นความความเชื่อที่ผิดค่ะ อันที่จริงแล้วไม่ว่าจะอุ้มท่าไหน การสัมผัส การพูดคุย และการเล่นกับลูก ล้วนแล้วแต่เป็นการช่วยเชื่อมสายสัมพันธ์ ความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีสมวัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จนกระทั่งลูกเข้าสู่วัยคลานหรือหัดเดินคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรอุ้มลูกมากเกินไป ควรปล่อยให้ลูกได้ใช้กล้ามเนื้อทุก ๆ ส่วน เพื่อให้กล้าเนื้อได้เจริญเติบโตและแข็งแรงสมวัย
  1. ตอนเล็กๆดัดขาให้ลูกด้วยนะไม่งั้นโตมาขาจะโก่ง
  1. ไม่ว่าจะดัดตอนนอนหรือหลังอาบน้ำ ก็ไม่สามารถป้องกันได้ค่ะ เพราะการดัดขาโดยใช้มือทำเป็นครั้ง ๆ ไม่สามารถสร้างแรงกดกับกระดูกขาได้เลย จึงไม่ได้ช่วยหรือป้องกันขาโก่งได้แต่อย่างใด


ลูกขาโก่ง ปกติ คือ ถ้าคุณแม่สังเกตขาลูกน้อยบริเวณเข่างอโค้งออก ขาจะทำมุมชี้ออกด้านนอก แต่เดินไม่กะเผลก ซึ่งเป็นภาวะขาโก่งปกติ ซึ่งในเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี จะพบว่ามีอาการขาโก่งแบบนี้ได้ค่ะ เพราะขณะที่เค้าอยู่ในครรภ์มารดานั้นมีการขดตัว ทำให้เกิดการตึงของเส้นเอ็น และการรั้งของกล้ามเนื้อด้านในของข้อเข่า แต่พอเค้าเริ่มยืน กล้ามเนื้อส่วนนี้มีการออกแรง ร่างกายก็จะปรับเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าที่จริงๆ ก็เมื่อเค้าอายุประมาณ 2 ขวบปี
วิธีการทดสอบง่ายๆ ที่คุณแม่สามารถทำได้ โดยให้คุณแม่จับลูกนอนเหยียดขาตรงๆ จับข้อเท้าให้ชิดกัน จับเข่าให้กระดูกสะบ้าหัวเข่าทั้ง 2 ข้างหันตรงไปด้านหน้า และวัดระยะระหว่างหัวเข่าด้านในของทั้งสองข้างไม่ควรเกิน 8 ซม.ถ้ามากเกินกว่านี้ และเจ้าตัวเล็กอายุมากกว่า 2 ปี ควรหาสาเหตุต่อไปค่ะ
ให้คุณแม่สังเกตการเดินของลูกดูนะคะว่าเค้าเดินได้สะดวกดีไหม กระเผลก หรือว่ามีอาการเท้าปุกร่วมด้วยหรือเปล่า ถ้าคุณแม่สังเกตพบความผิดปกติดังที่กล่าวมาให้พาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียด
สรีระวิทยาของกระดูกขาทารกนั้นเป็นไปตามธรรมชาติ เมื่อถึงเวลา ก็เข้าที่เข้าทางเป็นปกติ ไม่ต้องกังวลมากจนเกินไปนะคะ แต่ถ้าคุณแม่กังวล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกระดูก
ที่มา: mamaexpert.com

อุทาหรณ์! มีอะไรกับแฟนคนเดียวมาทั้งชีวิต แต่เมื่อเขาไปหาหมอ ก็พบความจริง ที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล

อุทาหรณ์! มีอะไรกับแฟนคนเดียวมาทั้งชีวิต แต่เมื่อเขาไปหาหมอ ก็พบความจริง ที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล

อุทาหรณ์! มีอะไรกับแฟนคนเดียวมาทั้งชีวิต แต่เมื่อเขาไปหาหมอ ก็พบความจริง ที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล

เราอยากจะย้ำกับผู้หญิงทุกคนอีกครั้ง หลังจากได้ไปคุยกับ “มล” ผู้หญิงสวย เก่ง เธอเรียนจบด็อกเตอร์ มีชีวิตที่พร้อมทุกด้าน ตลอดชีวิตมลมีแฟนคนเดียว และวันนี้เขาก็คือสามีของเธอ หลังแต่งงานได้เกือบ 10  ปี มลถึงได้รู้ว่าตัวเองได้รับเชื้อ HPV ที่อาจพัฒนาจนกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก ทั้งที่เธอไม่มีความเสี่ยงอะไรสักนิดเดียว   คุณก็ติดเชื้อ HPV ได้ถ้า… •    เขาไม่ได้มีเซ็กซ์กับคุณคนเดียว•    เขาเที่ยวผู้หญิง•    เขามีเซ็กซ์แบบไม่ป้องกัน•    เขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีเชื้อไวรัส HPV•    เขาเป็นหูดหงอนไก่•    เขามีเซ็กซ์ระหว่างมีประจำเดือนกับคุณ•    คุณไม่ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส HPV ฯลฯ  “มล” เรียนเก่งมาตั้งแต่เด็ก และเป็นผู้หญิงที่รักเดียวใจเดียว เธอเคยแอบรักหนุ่มเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งตั้งแต่เรียนมัธยมต้น เวลาผ่านไปจน 10 ปีและแล้วลมก็พัดหวนทำให้มาเจอผู้ชายที่เธอเคยแอบรักอีกทีตอนเธอเรียนปริญญาเอกที่เมืองนอก  และการพบกันครั้งนี้ก็กลายเป็นเรื่องราวมากมายที่เกือบเปลี่ยนทั้งชีวิตของเธอ รักฝังใจตั้งแต่เด็ก เธอกับเขาเจอกันเพราะเขาบินข้ามรัฐมาหาให้เธอช่วยเขาทำรายงานให้ เธอว่าทั้งเต็มใจและรายงานชิ้นนั้นหมูมากสำหรับเธอ แล้วทั้งคู่ก็เป็นแฟนกัน  แต่คบกันไม่นานเธอก็แอบรู้ว่าเขามีผู้หญิงคนอื่น เขาอีเมล์หาผู้หญิงคนอื่นในคืนที่อยู่กับเธอ เธอขอเลิกเด็ดขาด แต่เขาง้อสุดใจจนเธอใจอ่อน หลังจากนั้นก็ทำให้เธอค้นพบว่าจากลูกคุณหนูแบบเขา ตอนนี้กลายเป็นอีกคน เธอต้องช่วยพาเขาหนีตำรวจ ต้องช่วยเขาออกจากแก๊งค้ายา ยอมขับรถข้ามคืนไปชิงตัวเขาออกมาจากเมืองนรก ช่วยให้เขาเลิกยา และทำทุกทางให้เขามีชีวิตใหม่ที่เมืองไทยให้ได้ แต่พอเขากลับถึงเมืองไทย คนแรกที่เขาไปหาคือผู้หญิงคนอื่น!!!  เซ็กซ์ครั้งเดียวกับเขา ทำให้เธอ “ท้อง”  หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ตอนเธอกลับมาเมืองไทยเพราะเขาบอกว่าจะบวช อยากเปลี่ยนเป็นคนใหม่ เธอถึงรู้ตัวว่า “ท้อง” เธอโทรบอกเขา คำแรกที่เขาพูดคือ “ว่าแล้ว” เธอย้อนกลับไปคิดทันทีว่าต้องเป็นครั้งแรกที่เธอมีอะไรกับเขาแบบไม่ตั้งใจแน่ๆ (น้ำองุ่นแดงเป็นเหตุ) คิดได้แค่นี้เธอก็นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว “สุดท้ายเขาไปกราบเท้าแม่เขา สารภาพว่าทำเราท้อง อีกหลายวันผ่านไปเขาโทรมาบอกว่าโอเค เราแต่งงานกัน แต่เขาไม่เคยบอกรักเราเลยนะ เหมือนเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เราคิดว่าถ้าเลือกได้เขาคงไม่อยากแต่งงานกับเราก็ได้ เพราะใจจริงแล้วเราเองก็ไม่ต้องการสามีที่เที่ยวผู้หญิงและมั่วหญิงแบบนี้”  ถึงแต่งงาน เขาก็ยังมีคนอื่นเรื่อยๆ ตอนมลท้องได้ 5 เดือนเขายังไปเที่ยวผู้หญิง ก็บอกเขาว่ารับไม่ได้นะ โรคมันเยอะ สกปรก เธอจะเอาโรคมาติดฉัน สัญญาได้ไหม เขาก็บอกว่า “ก็ได้” แต่ก็เป็นสัญญาปากเปล่าเหมือนเคย!!!  แต่เพราะรักลูกเธอเลยทำได้แค่ปิดหูปิดตามาโดยตลอด หลังคลอดลูกได้ไม่ถึงปีเธอต้องกลับไปเรียนต่อให้จบ  หนึ่งปีนั้นเป็นช่วงเวลาพิสูจน์รักจากเขาด้วย “ใกล้กลับเมืองไทยจริงๆ เราก็บอกเขาว่าเรารู้สึกว่าเธอไม่ได้รักฉัน ฉันไม่อยู่เธอก็ไปเที่ยวกลางคืน ไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนั้นคนนี้ เรารับไม่ได้ เรา แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น พอลูกโตได้สองขวบแม่เราก็เสีย ตอนนั้นเหมือนเป็นบ้า ไม่อยากคุยกับใคร ไม่อยากทำงาน ขออยู่นิ่งๆ แล้วก็ร้องไห้ เป็นอยู่เกือบปี จนมาเจอธรรมะ มีคนเอาหนังสือมาให้เราอ่าน ทำให้เราได้คิดว่าทำไมเราทำชีวิตตัวเองเหมือนถังขยะ คนที่อยู่รอบตัวเขาก็ไม่อยากเจอหรอกถังขยะ เราก็กลับมาเป็นคนใหม่ ลูกคนโตบอกอยากมีน้อง พ่อก็จัดให้ แล้วก็ติดจริงๆ แต่ตอนท้องลูกคนเล็กได้ 7 เดือนเราก็สังหรณ์ว่าเขาไปเที่ยวผู้หญิง แล้วก็เป็นความจริงอีกแล้ว!!! ผ่านไปเกือบ 10 ปี จากเซ็กซ์ครั้งแรกกับเขา หลังคลอดลูกคนที่สองนี่เอง เธอก็มัวยุ่งแต่กับลูกๆ จนผิดนัดไม่ได้ไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกประจำปีหรือที่เรียกว่าแปปสเมียร์ (Pap Smear Test) แล้วเกือบ 1 ปีจากวันนั้นก็นึกได้ก็เลยไปตรวจ Pap Smear Test ตามที่คุณหมอทำคลอดเคยเน้นย้ำไว้ว่าเว้นไม่ได้แม้แต่ปีเดียว  หลังจากได้ตรวจเจ้าหน้าที่โทรมาบอกผลว่าเซลส์ของคุณที่ปากมดลูกผิดปกติ จะนัดคุณหมอให้ด่วน “แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร รู้แค่ว่าจะนัดให้ด่วนที่สุด แต่พอไปตรวจต้องรอผลอีกสองอาทิตย์ เราอดใจรอขนาดนั้นไม่ไหว เลยโทรถามเพื่อนว่ามีอาจารย์หมอคนไหนเก่งๆ บ้าง ผลตรวจคือเซลส์ที่ปากมดลูกผิดปกติ แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร หมอก็บอกว่าใจเย็นๆ ให้ตรวจเพิ่มก่อนว่าได้มีการติดเชื้อไวรัส HPVไหม” หลังตรวจผลก็คือเธอติดเชื้อไวรัส HPV จริงๆ “ตอนนั้นหน้าเขาลอยขึ้นมาเลย แต่คุณหมบอกว่าเราอาจมีเชื้อมาก่อนก็ได้ เราก็ถามหมอกลับไปว่า…ไหนหมอบอกว่าติดได้ทางเพศสัมพันธ์อย่างเดียวไงคะ หมอเลยซักประวัติเรา ถามเราว่ามีเซ็กซ์ครั้งแรกอายุเท่าไหร่ เคยผ่านผู้ชายมากี่คน เราก็บอกคนเดียว ไม่มีพฤติกรรมสำส่อนค่ะ ทั้งชีวิตมีแฟนมาหลายคนแต่ไม่เคยมีอะไรกัน ถ้ามีเซ็กซ์ก็มีกับสามีคนเดียว ไม่ได้มั่ว ไม่ได้สูบบุหรี่ด้วย หมอบอกว่าช่วงนี้ให้เราดูแลตัวเองดีๆ ให้เราทานผักใบเขียวเยอะๆ ห้ามสูบบุหรี่หรืออยู่ใกล้คนที่สูบบุหรี่ (ถึงสามีจะแอบไปสูบบุหรี่ที่อื่นไม่ได้สูบต่อหน้า แต่ก็จะมีสารพิษจากควันที่ติดเสื้อผ้า ติดผิวหนังมาก สารพิษเหล่านี้ก็ทำให้เธอมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคร้ายแรงขึ้นได้) พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด เราบอกหมอไปว่าจะไม่เครียดได้ไงก็คิดเรื่องนี้อยู่ หมอก็บอกว่าไม่ได้นะ เราก็ร้องไห้เลย พอกลับบ้านบอกเขาว่าเราติดเชื้อไวรัส HPV เขาตบไหล่เราสองแปะแล้วไปหาลูก(ไม่แม้แต่จะกอดเพื่อปลอบใจ) แต่เราบอกเขาว่าครั้งหน้าคุณหมอให้เขาไปด้วย เขาก็โอเค”  เพราะลูกทำให้เธอยอม “สู้” ผลตรวจยืนยันว่าร่างกายเธอเคยได้รับเชื้อไวรัสHPVมาก่อนหน้านี้ และร่างกายเธอสร้างภูมิกำจัดเชื้อไวรัสHPVออกไปเอง2-3ครั้งแล้ว แต่พอร่างกายอ่อนแอเชื้อไวรัสที่มีอยู่ในร่างกายก็จะกลับมาทำร้ายเราอีก “หมอบอกว่าเป็นรอยโรคเก่า ไม่ใช่ครั้งแรก ช่วงนี้ร่างกายเราอ่อนแอเชื้อก็จะกลับมาโจมตีเรา ถ้ามีอะไรกันแล้วเกิดเนื้อเยื่อบุฉีกขาด เชื้อจะฝังตัวในระดับเซลส์ เมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนแอก็จะแย่ลง เนื้อเยื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดี พอมันพัฒนาปุ๊ปทีนี้จะมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งในเวลาต่อมาได้ แล้วหมอก็ขอความร่วมมือจากสามีว่าขอให้ลดละเลิกสูบบุหรี่ ถ้าอยากให้เราหายเขาต้องเลิกบุหรี่ เพราะตัวเขาก็เป็นพาหะนำโรคมีเชื้อไวรัสHPVอยู่ (เพราะคนที่สูบบุหรี่เปรียบเสมือนคนที่มีกาวที่จะจับเชื้อไวรัสHPVไว้กับตัวเขาได้มากกว่าคนอื่น และคนที่เป็น Second Hand Smoker ก็จะเหมือนคนสูบเองเพราะจะเหมือนมีกาวคอยจับเชื้อHPVไว้ได้มากกว่าคนอื่นเช่นกัน) หมอบอกว่าอย่าใช้หมอฟรี ถ้าคนไข้กับคนรอบตัวคนไข้ไม่ร่วมมือด้วยก็ไม่มีประโยชน์ เขาก็บอกว่าจะพยายาม แต่พอกลับมาบ้านไม่เห็นพูดอะไร เราเลยเปิดใจคุยกัน เขาก็อธิบายถูกทุกอย่างตามที่หมออธิบายนะ แต่เขาก็ยังสูบบุหรี่เป็นว่าเล่น เขาก็บอกว่าเราพูดง่ายแต่เขาทำยากนี่ เขาสูบบุหรี่มาตั้งแต่เด็กๆก่อนที่เราจะแต่งงานกัน เราฟังแล้วเจ็บปวดนะ แล้วเราก็ถามว่ารู้ไหมว่าเราติดโรคนี้เพราะใคร เขาบอกไม่รู้ เราบอกว่าโรคนี้ติดทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น ฉันไม่ได้ไปนอนกับใคร  เขาชี้หน้าเราแล้วพูดว่า  รู้ได้ไงว่าติดมาจากฉัน  เหมือนเราโดนตบหน้าอย่างแรง ถ้าเราเป็นผู้ชายเราคงชกหน้าเขาไปแล้ว เราโกรธมาก แต่พูดกันยังไม่ทันจบดีก็ต้องพาลูกไปแอดมิดที่โรงพยาบาลตอนตีสอง” ต้องรักษาทุกทาง และช่วยคนอื่นด้วย ช่วงนั้นเธอศึกษาข้อมูลไวรัส HPV ทุกทาง แล้วก็ค้นพบว่า “ผู้ชายเป็นพาหะนำโรคแต่ไม่แสดงอาการ ติดแล้วไม่เป็นไร แต่ผู้หญิงติดเชื้อไวรัส HPV แล้วพัฒนาจนกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ภรรยาส่วนใหญ่ก็ไม่เคยรู้หรอกว่าสามีเคยนอนกับใครมาบ้างและได้เอาเชื้อโรคอะไรติดตัวมาฝากบ้าง เพราะบางโรคมันเป็นโรคเงียบ (Silent Disease)  ตอนนั้นคิดได้อย่างเดียวว่าต้องให้ความรู้คนอื่น จะหายไม่หายไม่รู้ จะตายเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่จะต้องทำให้ชีวิตัวเองให้มีค่ามากที่สุดก่อนตาย จะทำทุกวิถีทางที่จะให้ความรู้กับผู้หญิง ให้ผู้หญิงได้ตระหนักรู้ถึงความร้ายกาจของเชื้อไวรัส HPV และวิธีป้องกันตัวเอง เพราะโรคมะเร็งปากมดลูกไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม แต่เกิดจากเชื้อไวรัส HPV เท่านั้น” สุดท้ายหลังทั้งคู่ยอมลดทิฐิ เปิดใจคุยกับจิตแพทย์ ก็เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น และตอนหลังคุณหมอก็เรียกสามีเธอเข้าไปตรวจร่างกายเพราะเขาบอกว่ามีติ่งเล็กๆ ที่คิดว่าเป็นกระเนื้อแล้วจี้ออกตั้งแต่ตอนอยู่เมืองนอก แต่ก็ขึ้นใหม่ตลอด จนเขาสงสัย “คุณหมอบอกว่าใช่แล้วค่ะ นี่คือหูดหงอนไก่ หมอสั่งว่าห้ามนอนกับภรรยาเด็ดขาดจนกว่าจะหาย เพราะเขาเป็นทีอัณฑะ”  ทุกวันนี้เธอเขียนบล็อกให้ผู้หญิงทุกคนระวังตัว “เราไม่แคร์หรอกว่าจะต้องบอกคนอื่นว่าเราเป็นอะไร  อย่างตอนแรกที่เราคุยเรื่องนี้ใครๆ ก็คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่พอเราบอกว่าตัวเรานี้แหละติดเชื้อ HPVนะ คนอื่นเช่น รุ่นน้องหรือเพื่อนๆก็กล้าเปิดใจว่าเขาก็ติดเชื้อนี้เหมือนกัน แต่ไม่มีใครกล้าบอก เราก็บอกว่าจะอายทำไม ถ้าฉันสำส่อนสิจะอาย แต่นี่คนเข้าใจผิดกันว่าคนติดเชื้อไวรัส HPV เกิดจากสำส่อน เปลี่ยนคู่นอนหลายๆ คน จริงๆ แล้วไม่จำเป็น เราอาจตกเป็นผู้โชคร้ายจากโรคที่ระคายเคืองเล็กๆ น้อยๆ จนถึงโรคมะเร็งที่ปลิดชีวิตเราได้ อย่าคิดว่าผู้ชายที่ดูท่าทางสะอาดสะอ้านจะไม่นำโรคร้ายมาฝาก” เพราะกำลังใจที่ดีมาก และการเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างตั้งแต่อาหารการกิน สภาพจิตใจ การออกกำลังกาย ทำให้อาการของเธอดีขึ้นเรื่อยๆ วันที่เราเจอกันหน้าตาเธอดูสดใสมาก จนไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอผ่านเรื่องร้ายๆ มาขนาดนั้น ตอนนี้เธอหายแล้ว…เซลส์ที่เคยผิดปกติไปกลับมาปกติเหมือเดิมแล้ว โชคดีว่ารู้ตัวเร็วและรักษาทุกวิถีทาง และยังใช้ประสบการณ์ตัวเองบอกต่อคนอื่นอย่างไม่หยุดยั้งด้วย HPV คืออะไรกันแน่? HPV = Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่พบได้ทั่วไปเหมือนเชื้อหวัด ติดเชื้อได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงผ่านการสัมผัส ตั้งแต่มีเพศสัมพันธ์ สัมผัสผิวหนัง ยิ่งถ้ามีรอยถลอกหรือเป็นแผลตรงจุดที่สัมผัสก็ยิ่งทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายง่ายขึ้น HPV มีประมาณ 200 สายพันธุ์ อาจทำให้ติดเชื้อในส่วนต่างๆของร่างกายแล้วกลายเป็น หูดงอนไก่ที่มือ เท้า ริมฝีปาก ทวารหนัก หรือขึ้นทั้งตัว มี HPV ประมาณ 15 สายพันธุ์เป็นชนิดที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะชนิดที่16 หรือ 18 เป็นสาเหตุหลักประมาณ 70% ของมะเร็งปากมดลูก ถ้าเกิดการติดเชื้อที่อวัยวะเพศแล้วร่างกายสร้างภูมิกำจัดไม่ได้ เซลล์เยื่อบุผิวปากมดลูกจะผิดปกติ ถ้าตรวจไม่พบเชื้อและไม่ได้รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เซลล์ผิดปกติที่ว่าก็จะพัฒนากลายเป็นมะเร็งปากมดลูกในอนาคตได้ในที่สุด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจใช้เวลา 2-10  ปี แต่บางเคสอาจเกิดขึ้นภายใน 1 ปีก็ได้  การติดเชื้อ HPV มาจาก… เชื้อ HPV เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีโอกาสพัฒนาเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกค่อนข้างสูง ช่วงแรกๆ ที่เป็นอาจจะมีอาการแค่ “หูด” (หงอนไก่) ขึ้นที่อวัยวะเพศของผู้ชายหรือผู้หญิง แต่เชื้อไวรัส HPV ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา การติดเชื้อ อาจเกิดจากผู้ชายที่เคยมีเซ็กซ์และได้รับเชื้อมาจากคู่นอนที่อาจนำเชื้อ HPV ติดตัวมาด้วยโดยไม่แสดงอาการ ถ้าเขามีเพศสัมพันธ์ครั้งต่อไปก็จะนำเชื้อ HPV มาให้ผู้หญิงอีกคนที่นอนด้วย ถึงแม้เธอจะไม่เคยมีเซ็กซ์กับใครมาก่อน การมีเซ็กซ์กับเขาครั้งเดียวก็ติดเชื้อ HPV ได้แล้ว  อาการของโรค ผู้หญิงที่ติดเชื้อ HPV จะไม่แสดงอาการอะไรเลยในระยะแรก ถ้าไม่ได้ตรวจพบความผิดปกตินี้ตั้งแต่แรก เชื้ออาจเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ปากมดลูก และพัฒนากลายเป็นมะเร็งปากมดลูกในอนาคตได้  วิธีป้องกัน  ต้องหาผู้ชายที่ซื่อสัตย์ไม่เคยมีเซ็กซ์กับใครมาทั้งชีวิต (ไม่น่าจะหาเจอง่ายๆ)ฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ได้ตั้งแต่อายุ 9-26 ปี (ฉีด 3 เข็มต่อเนื่อง) แต่วัคซีนไม่ได้ช่วยได้ 100% เพราะป้องกันโรคที่ติดเชื้อ HPV ได้บางสายพันธุ์เท่านั้น และไม่ได้ช่วยรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อ HPV ที่ร่างกายมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว  คนที่จะฉีดวัคซีน HPV ให้ได้ผลดีที่สุดคือ ต้องฉีดก่อนได้รับเชื้อ HPV หรือก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกด้วยซ้ำ และตอนนี้ต่างประเทศมีการรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ทั้งในผู้หญิงและผู้ชายแล้ว ลดความเสี่ยงด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเซ็กซ์กับคู่นอนหรือสามีตรวจร่างกายหาการติดเชื้อไวรัส HPV ทุกปี  ด้วยกายตรวจคัดกรอกมะเร็งปากมดลูก หรือ แปปสเมียร์ (Pap Smear) จะช่วยตรวจหาเซลล์มะเร็งและเซลล์ที่ผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งได้  วิธีรักษา พยายามอย่าเครียด กินผักใบเขียวเยอะๆ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอาหารที่ทานออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง เป็นการสร้างภูมิต้านทานไวรัสห้ามสูบบุหรี่เด็ดขาด และอย่าอยู่ในบริเวณที่มีการสูบบุหรี่ ให้ผู้ชายสวมถุงยางทุกครั้งที่มีเซ็กซ์ด้วยกันถ้าเจอเซลล์ผิดปกติสามารถรักษาได้ด้วยการจี้เย็น การตัดปากมดลูก Did You Know…? มีผู้หญิงไทยไม่ถึง 10% เท่านั้นที่เคยตรวจแปปสเมียร์ ทั้งที่เป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้มาก และรักษาได้ถ้าตรวจเจอเชื้อมะเร็งในระยะเริ่มต้น องค์กรอนามัยโลก (WHO) ประกาศเมื่อปีที่แล้วว่า น่าจะมีผู้ติดเชื้อ HPV ทั่วโลกมากกว่า 630 ล้านคน (9-13%)แต่ละปีจะมีสาวไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ 6,500-7,000 คน และ 40-50% จะเสียชีวิตผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกตายวันละ 7-8 คน 
ที่มา: bigza.com

จริงหรือไม่?? ที่ผู้หญิงก้นใหญ่จะฉลาดและสุขภาพดีกว่าผู้หญิงก้นปกติ

จริงหรือไม่?? ที่ผู้หญิงก้นใหญ่จะฉลาดและสุขภาพดีกว่าผู้หญิงก้นปกติ

บรรดานักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดได้ทำการศึกษาและพบว่าสาวๆบั้นท้ายดินระเบิดจะมีสติปัญญาเฉียบแหลม แถมยังอดทนต่อโรคภัยไข้เจ็บได้ดีกว่าสาวๆที่มีก้นไซส์ปกติ
จากการศึกษาพบว่าผู้หญิงก้นใหญ่มีแนวโน้มที่จะมีระดับคลอเรสเตอรอลต่ำ รวมทั้งร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพื่อเผาผลาญน้ำตาลได้มากกว่าผู้หญิงที่มีก้นไซส์ปกติ นอกจากนี้ความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจก็ยังต่ำอีกด้วย ที่สำคัญการที่จะมีก้นใหญ่ได้จำเป็นต้องอาศัยไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถกระตุ้นพัฒนาการของสมองได้ นักวิจัยยังพบอีกว่าเด็กๆที่เกิดจากผู้หญิงสะโพกใหญ่จะมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดกว่าเด็กๆที่เกิดจากคุณแม่ที่มีทรวดทรงองค์เอวและรูปร่างผอมบาง
ทีมงานได้วิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวจากผู้หญิงทั้งหมด 16,000 คน เอบีซีนิวส์ รายงานว่า “ศจ.คอนสแตนติโนส มาโนโลโปลอส ซึ่งเป็นผู้นำทีมงานแห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดได้กล่าวว่าผู้หญิงที่มีไขมันพอกพูนบริเวณบั้นท้ายจะมีระดับคลอเรสเตอรอลกับกลูโคสต่ำกว่าผู้หญิงที่มีก้นไซส์ปกติ”
การมีบั้นท้ายใหญ่ยังหมายถึงการมีระดับฮอร์โมนเล็ปตินในร่างกายสูง ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวมีหน้าที่ในการควบคุมน้ำหนัก กับฮอร์โมนไดโนเพคติน่าซึ่งมีสรรพคุณต่อต้านการอักเสบ ป้องกันหลอดเลือด และบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน เนื้อเยื่อไขมันบริเวณก้นจะดักจับอนุภาคไขมันที่อันตรายและป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
ผลการวิจัยนี้ยังสอดคล้องกับการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียและพิตส์เบิร์กเมื่อไม่นานมานี้ว่าผู้หญิงที่มีบั้นท้ายใหญ่ สะโพกผาย และเอวเล็กอาจจะมีอายุยืนยาวกว่าผู้หญิงที่มีก้นไซส์ปกติอีกด้วย
*การศึกษานี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงก้นปลอม
ที่มา: variety.teenee.com

สายแข็งไม่ควรพลาด!! 5อาหาร แก้แฮงค์ กินปุ๊บ..หายปั๊บ

สายแข็งไม่ควรพลาด!! 5อาหาร แก้แฮงค์ กินปุ๊บ..หายปั๊บ

ใครหลายคนที่ปาร์ตี้หรือเที่ยวกันหลายวันติด จนทำให้เกิดอาการมึน แฮงค์ รู้สึกไม่สดชื่นในการเริ่มต้นวันทำงานใหม่ ไม่เป็นไร เรามีตัวช่วย แค่ 5 อย่างนี้! จะทำให้อาการแฮงค์ของคุณหายในพริบตา
สายแข็งไม่ควรพลาด!! 5อาหาร แก้แฮงค์ กินปุ๊บ..หายปั๊บ

โจ๊ก

หากช่วงเช้ารู้สึกมึนๆ ตื้อๆ ไม่กระปรี้กระเป่า ลองหาโจ๊กร้อนๆ สักชามทานสิ ช่วยได้เยอะเลยนะ แล้วเพิ่มพลังงานด้วยไข่อีกซักฟองก็ไม่เลว
สายแข็งไม่ควรพลาด!! 5อาหาร แก้แฮงค์ กินปุ๊บ..หายปั๊บ

น้ำซุป

อากาศเย็นๆ น้ำซุปร้อนๆ รสชาติกลมกล่อม ช่วยให้เช้าแสนเปื่อยของคุณรู้สึกสดชื่นและโล่งคอได้เป็นอย่างดี ถ้าอยากได้สารอาหารครบถ้วน อาจลองใส่ไก่ที่อุดมไปด้วยโปรตีน มันฝรั่งที่เป็นคาร์โบไฮเดรตชั้นเยี่ยม หรือหอมใหญ่ ที่มีทั้งวิตามินและยังช่วยป้องกันหวัดได้ดีอีกด้วย
สายแข็งไม่ควรพลาด!! 5อาหาร แก้แฮงค์ กินปุ๊บ..หายปั๊บ

ช็อกโกแลต

คุณรู้ไหมว่า ทานช็อกโกแลตก็ช่วยแก้แฮงค์ได้นะ เพราะคาเฟอีนในช็อกโกแลตจะช่วยให้ตื่นตัว อาการมึนหัวหายเป็นปลิดทิ้ง สำหรับสาวขาปาร์ตี้ต้องซื้อติดตู้เย็นไว้เลย แต่ระวังอย่าทานเพลินจนน้ำหนักขึ้นไม่รู้ด้วยนะ
สายแข็งไม่ควรพลาด!! 5อาหาร แก้แฮงค์ กินปุ๊บ..หายปั๊บ

น้ำมะนาว

เปรี้ยวจี๊ดดด! ชื่นใจต้องน้ำมะนาว รับรองว่าได้ดื่มแค่อึกเดียว ตาสว่างทันที หายมึนหายแฮงค์ในทันใด
สายแข็งไม่ควรพลาด!! 5อาหาร แก้แฮงค์ กินปุ๊บ..หายปั๊บ

กาแฟ 

แต่ถ้ารู้สึกมึ๊น มึน แค่ก้าวขาออกจากเตียงยังทำได้ยาก จะให้ออกไปซื้อโจ๊กมาทานหรือต้มซุปทานเองคงเป็นไปไม่ได้ ทานกาแฟสักแก้วก็เอาอยู่แล้วละค่ะ เพราะกาแฟจะช่วยกระตุ้นร่างกายให้รู้สึกสดชื่น มีพลังในการทำงานได้เป็นอย่างดี 
ที่มา: khaojing.com

10 อันดับ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่อร่อยที่สุดในโลก ประจำปี 2014

The Ramen Rater เว็บไซต์วิจารณ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อต่างๆทั่วโลกมากกว่า 700 ห่อ
จัดอันดับ 1 ใน 10  บะหมี่ที่อร่อยที่สุดในโลก  ประจำปี 2014 ขึ้นมา เราไปดูกันสิว่า คราวนี้จะมีของไทยติดอันดับกับเขาบ้างหรือเปล่า
อันดับ 10: Mama Yentafo Tom Yum Mohfai Flavour (ไทย)
Mama Yentafo Tom Yum Mohfai Flavour (ไทย)

อันดับ 9: Nongshim Soon Veggie Noodle Soup (เกาหลีใต้)
Nongshim Soon Veggie Noodle Soup (เกาหลีใต้)

อันดับ 8: Prima Taste Singapore Chilli Crab La Mian (สิงคโปร์)
Prima Taste Singapore Chilli Crab La Mian (สิงคโปร์)

อันดับ 7: Mamee Chef Curry Laksa Flavour (มาเลเซีย)
Mamee Chef Curry Laksa Flavour (มาเลเซีย)

อันดับ 6: Paldo Cheese Noodle (เกาหลีใต้)
Paldo Cheese Noodle (เกาหลีใต้)

อันดับ 5: Samyang Foods Maesaengyitangmyun Baked Noodle (เกาหลีใต้)
Samyang Foods Maesaengyitangmyun Baked Noodle (เกาหลีใต้)

อันดับ 4: Sapporo Ichiban Otafuku Okonomi Sauce Yakisoba (ญี่ปุ่น)
Sapporo Ichiban Otafuku Okonomi Sauce Yakisoba (ญี่ปุ่น)

อันดับ 3: Prima Taste Singapore Curry La Mian (สิงคโปร์)
Prima Taste Singapore Curry La Mian (สิงคโปร์)

อันดับ 2: Prima Taste Singapore Laksa La Mian (สิงคโปร์)
Prima Taste Singapore Laksa La Mian (สิงคโปร์)

อันดับ 1: MyKuali Penang White Curry Noodle (มาเลเซีย)
MyKuali Penang White Curry Noodle (มาเลเซีย)
ที่มา: baabinz.com










ลดน้ำหนัก 40 กิโลใน 3 เดือน เป็นสูตรที่ง่ายไม่ต้องอดอาหาร(ไม่ต้องใช้ยา)

ลดน้ำหนัก 40 กิโลใน 3 เดือน เป็นสูตรที่ง่ายไม่ต้องอดอาหาร(ไม่ต้องใช้ยา)

ต้องขอเกรินก่อนะคะ ว่าดิชั้นลดไป 30 กิโลใน 2 เดือน และลดอีก 10 กิโลใน 1 เดือนสุดท้ายคะ (ปล ดิชั้นเป็นเกย์นะคะ อิอิ ตอนนั้นหนัก 108 กิโลกรัม สูง 180 cm คะ)
สำหรับสูตรก็คือ ให้ซื้อแตงโมตุนไว้เยอะๆๆคะ ซื้อก่อนเข้าทำงานหลายๆถุงเลยคะ แล้วก็เอาไปแช่ช่องแช่แข็ง(เป็นไอติมอร่อยๆๆคะ)หรือตุ็เย็นไว้คะ
มื้อเช้า
ก็ให้ทานแตงโมเย็นๆกับน้ำเปล่าเยอะๆๆนี้แหละคะ หิวเมือไรก็คว้าแตงโมเข้าปากคะ ที่ให้ทานแตงโมเพราะว่า แตงโมมีรสหวาน เพราะมีน้ำตาลโมเลกุลเล็กคะ ร่างกายสามารถดูดซึมได้เร็ว แล้วในการทำงานนั้น สมองต้องการน้ำตาลด้วยคะ (สมองคนเราต้องการน้ำตาลวันละ 120g นะคะ ฉะนั้นการอด crab เลยจะแย่ต่อสมองมากๆๆ รวมถึงในสมองก็มีน้ำอยู่เป็นส่วนประกอบหลัก ฉะนั้นทานน้ำเยอะๆๆคะ แถมการทานน้ำเย็น จะช่วงเพิ่มแมตตาบอริซึม หรือ การเผาพลาญ เพราะร่างกายต้องพยายามรักษาอุณหภูมิของร่างกายไว้ที่ 37 องศานะคะ ก็จะนำพวกไขมันส่วนเกินออกมาเผา ให้ร่างกายเกิดความร้อน เพื่อคงอุณหภูมิ นะคะ แถมกินน้ำเยอะ ต้องเดินไปฉี่บ่อย เวลาเดิน ก็ได้ออกกำลังกายด้วยนะคะ 5555 ห้ามอั้นปัสสาวะ นะคะ จะเป็นกระเพราะปัสสาวะ อักเสบได้คะ อันตรายมากๆๆๆ เดินบ่อยหน่อยก็ถือว่าออกกำลังกายนะคะ อิอิอิ)
ถ้าเบื่อแตงโม ให้ทาน ชมพู่ แทนได้คะ แต่ห้ามทานผลไม้เนื้อแน่นๆเป็นแป้ง พวก มะม่วง ฝรั่ง เพราะมันจะให้พลังงานสูงกว่าคะ เพราะสูตรของดิชั้น คือจะให้กินแตงโมทั้งวันคะ หิวเมื่อไร ก็แตงโมเมื่อนั้น

จากที่หามา เค้าบอกว่า แตงโม 100g ให้พลังงานแค่ 8 Kcal เองคะ ฉะนั้น กินแตงโม 1 กิโล เพิ่งได้พลังงานแค่ 80 Kcal เอง ไม่อ้วนแน่นอนคะ (ผุ้หญิงใช้พลังงานวันละประมาณ 1500 Kcal) ฉะนั้น ถ้าจะลดความอ้วน ก็ไม่ควรจะกินเกิน 1000 kcal นะคะ น้ำหนักที่หายไป 1 kg เท่ากับ 7700 Kcal นะคะ อันนี้หามาจาก net คะ

ถ้าคนน้ำหนักเยอะก็จะยิ่ง ใช้พลังงานเยอะขึ้นต่อวันคะ ก็จะทำให้ ช่วงแรกๆๆ ลดลงเร็วมาก แต่หลังๆๆจะลดช้าลง ก็ไม่ต้องเครียดว่าทำไมหลังๆๆไม่ลดนะคะ มันต้องใช้เวลานิดนึง
มื้อกลางวัน
มื้อกลางวัน ให้ทาน เกาเหลา ไม่ใส่หอมเจียว นะคะ หรือถ้ามีร้านส้มตำ ก็ ส้มตำเลยคะ ไก่ย่างเลยคะ หรือสเต็กปลา ก็ได้ แต่อย่าทาน คาร์โบไฮเดรตคะ สูตรนี้จะรับ คาร์โบไฮเดรต จาก แตงโม เท่านั้นนะคะ ห้ามทานของทอดด้วยคะ เพราะน้ำมันนี้มันอันตรายมากกกกกกกกกกกกก แล้วก็ห้ามทานหนังสัตว์
บ่ายๆ
แอบหิวตอนบ่ายกันใช่ไหมคะ เดินไปตู้เย้นเลยค้า แตงโม เจ้าเก่า อิอิอิ
เย็น
ตอนเย็นนี้กลับมาบ้านให้กินไข่ต้มคะ2-3ฟอง กินไข่แดงได้คะ ไม่ต้องเอาออกนะคะ เพราะไขมันในไข่แดงเป็นไขมันธรรมชาติ ร่างกายจะนำไปใช้คะ เช่นการสร้างวิตามิน D คะ แถมเคยอ่านเจอว่า ในไข่แดงมีสารลดไขมันในหลอดเลือดด้วยคะ
ไข่ต้ม 1 ฟองให้พลังงาน 75 Kcal โดยประมาณคะ
แต่ถ้าไข่ดาว 1 ฟอง ก็ 150 Kcal
ถ้าไข่เจียว 1 ฟองก็ 250 Kcal คะ

เห็นไหมคะ น้ำมันนี้มันน่ากลัวมากคะ
จะทานไข่ต้มกับสลัดก็ได้นะคะ แต่น้ำสลัดขอแบบญี่ปุ่นนะคะ อิอิอิ แล้วก็ไม่ใส่ ขนมปังอบนะคะ
ถ้าตลอดทั้งวันนี้มีตอนไหนหิวๆๆ ก็รีบกินแตงโมนะคะ ก่อนจะเผลอไปกินอย่างอื่น แล้วมานึกได้ที่หลัง
**** ห้ามกินกาแฟคะ เพราะให้พลังงานสูงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จากพวก นม น้ำตาล นมค้นหวาน ครีม ไรพวกนนี้อะคะ เห็นเค้าว่า เท่ากับข้าว 2 มื้อเลยคะ ****
**** เครื่องดื่มตลอดการลดน้ำหนักต้องเป็นน้ำเปล่า หรือ pepsi max นะคะ ****
ควรมีช่วง promotion ให้ตัวเองด้วยคะ เช่น ลดครบ 10 กิโลกรัม รับไปเลย บูลเบอรี่ชีสเค้ก 1 ชิ้น อะไรแบบนี้ ไม่งั้น ตายแน่คะ มันต้องมีพักกันบ้าง เช่น 7 วัน พัก 1 มื้อ กินอะไรก็ได้ตามใจเรา อะไรแบบนี้อะคะ สู้ๆๆนะคะ อิอิอิ
ที่มา: baabinz.com
 
สงวนลิขสิทธิ์ © ข่าว ไทย